2005/Jun/08

เมื่อราวๆสักอาทิตย์ก่อน ผมได้มีโอกาสฟังวาจาของอาจารย์ผู้หนึ่งที่มาทำการแนะแนวในเรื่องการเตรียมพร้อมการเอนท์ทรานซ์ระบบใหม่ ซึ่งหากผมลองมองย้อนกลับไปถึงอาจารย์ที่เขาได้พูดในเรื่องนี้แล้ว นั่นมันดูเป็นการแนะแนวที่ไม่เลวเลยเชียวล่ะ อาจารย์เขาพูดดี สามารถเจาะเข้าถึงส่วนลึกในใจของนักเรียนได้ เรื่องที่อาจารย์พูดผมเห็นด้วยทุกอย่าง

เพียงแต่ผมกลับคิดว่า มันก็เป็นเพียงเรื่องเดิมๆเรื่องนึง เป็นเรื่องที่มีคนพูดกันมาหลายคนแล้ว

"และเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ"

ลองนึกดูสิ อาจารย์เขาพูดว่า

"การเอนท์ทรานซ์น่ะเขาใช้เวลากันมาตั้งแต่ม.4 อ่านไปวันล่ะสองชั่วโมง สักชั่วโมงเดี๋ยวก็จะจำได้เอง"

แม่ผมกรอกหูมาตั้งแต่ขึ้นม.4 พี่สาวที่กำลังเตรียมเอนท์ก็พูดในตอนนั้น และก็อีกหลายๆคนในหมู่เพื่อนผมที่มาพูดกันถึงเรื่องเอนท์บ้าง พวกเขารู้ว่าจะต้องเตรียมตัว

"เวลาทุกนาทีมีค่า ทุกคนต่างมี24ชั่วโมงเท่ากันหมด เพียงแต่แต่ละคนจะเอาไปทำอะไรน่ะอีกเรื่อง บางคนสามารถทำให้เวลานั้นมีค่าเปรียบดังทองในขณะที่อีกคนนั้นกลับทำมันสูญสลายเป็นอากาศธุลีไป จะบอกว่าไม่มีเวลาอ่านหนังสือไม่ได้ มันอยู่ที่การแบ่งเวลา"

แน่นอน ....เวลาทุกนาทีมีค่าทั้งนั้น ผมลองมองดูตัวเองเหมือนกันว่าวันๆหนึ่งเอาเวลาไปทำอะไร ....และหลายครั้งทีเดียวที่ผมได้ทำให้เวลาในช่วงนั้นถูกเรียกว่า "ไร้ค่า"

สรุปแล้วผมคิดว่า สิ่งที่อาจารย์พูดกรอกหูพวกเราน่ะ เมื่อเอามาเรียบเรียงดูมันก็คือเรื่องเดิมๆที่เรารู้กันอยู่แล้ว เรารู้กันทั้งนั้นว่าควรจะทำอะไร

"มันอยู่ที่ว่าเราจะทำหรือไม่ทำ ถ้าไม่ทำฟังไปก็เท่านั้น มันอยู่ที่สามัญสำนึกของคนครับว่าจะสำนึกออกกันตอนไหน ถ้าสำนึกเร็วและรีบทำก็ดีไป"

แต่สำหรับคนที่เอนท์ไม่ติด และสำนึกเอาตอนหลังว่าเพราะชั้นไม่เชื่อนู่นเชื่อนี่ โทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวคุณเองที่ไม่ทำ ไม่จัดแบ่งเวลาให้ดี ถึงตอนนี้จะฆ่าตัวตายก็เชิญเลยครับ ถ้าคุณคิดว่าเอนท์ไม่ติดชีวิตจะจบน่ะ แต่สำหรับผมทางเลือกนั้นตัดออกไปได้เลย

อีกเรื่องครับ ถึงระบบแอดมิชชั่นใหม่

ผมก็เป็นอีกคนที่เผชิญหน้ากับเอนท์ครั้งใหม่ และผมก็ได้ข่าวมาว่ามีการประท้วงกันขึ้น ออกรายการโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด จนรู้สึกรำคาญ

เอาเกรดเยอะๆแล้วมันไม่ดีตรงไหน อ้อมาตรฐานในแต่ละโรงเรียนไม่ตรงกันนี่เอง ง่ายๆครับ ข้อสอบปลายภาคก็ให้มันเหมือนกันเสียทั่วประเทศไปสิ- -! เวลาสอบก็ให้มันตรงกันไปให้หมด พูดง่ายแต่คงทำยากล่ะมั้ง รัฐบาลถึงไม่ทำกันน่ะ

ผมก็ใช้ว่าเป็นคนเรียนดีเด่ได้เกรดดีอะไรหรอก และระบบใหม่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ผมดีขึ้นจากเอนท์ครั้งเดิมเลย แต่ผมก็ไม่ซีเรียส ผมคิดว่าอะไรจะมามันก็มา แอดมิชชั่นไม่ได้ก็ตรงดิ่งไปสอบตรงเสียเลย เรื่องการสอบตรงนี่ผมพอจะมั่นใจอยู่บ้างนะ

เอาเวลาเดินประท้วงไปนั่งอ่านหนังสือดีกว่าไหมครับ ดีกว่าจะนึกหาข้ออ้างเอนท์ไม่ติดว่า เพราะระบบใหม่

แบบเก่าดีตรงมีการเอนท์สองครั้ง แต่ผมดีใจที่มีการเอนท์ครั้งเดียว ตัดสินไปซะเลยดีกว่าที่จะต้องมาเครียดว่าต้องทำคะแนนเพิ่มกันเท่าไร ไอ้พวกที่สอบๆกับไปปีก่อนๆจะได้เอาคะแนนมาเทียบไม่ได้ ลงมาสอบใหม่เหมือนกับพวกเราแฟร์ๆ

เอนท์กันไปเถอะครับ ไม่ว่าอะไรมันจะมาก็มาเถอะ หากเราตั้งใจเรียน มีสามัญสำนึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่และลงมือทำตามสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูก ทำตามที่อาจารย์พูด

ถึงตอนนั้นคุณจะได้ไม่ต้องมานั่งเครียด ว่าได้ทำให้เวลานั้นถูกเรียกว่า "ไร้ค่า" ไปเสียที

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เขียนซะออกอารมเครียดเชียวนะรอท... เหอๆ
ยังไงซะ เราจะทำให้เวลาไม่ไร้ค่าแน่นอน!!!(แต่ตอนนี้กะลังทำอยู่)
#1  by  chonchonjung At 2005-06-09 00:11, 
เกรดเยอะแล้วไม่ดีก็เพราะว่า นักเรียนบางโรงเรียนเค้าให้ความสำคัญกับข้อสอบและการกวดวิชามากกว่าเรียนในโรงเรียน
ระบบเก่าคะแนนข้อสอบ90%
แต่Admission ใช้ราวๆ70%เอง
ถ้าเป็นแต่ก่อนเป็นใครก็ต้องหวังแต่การสอบจะมาหวังเกรดแค่ 10%ได้ไง จริงมั้ย?
ซึ่งมันก็ต้องทิ้งเวลาในการเรียนไปเพื่อติวข้อสอบ
แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ประกาศระบบAdmissionล่วงหน้า มันก็ต้องไม่พอใจกันอยู่แล้ว ผมว่าจะประท้วงก็ไม่ได้ผิดอะไร
ความจิง Admission ที่เพิ่งประกาศปีนี้น่าจะใช้กับรุ่นที่เพิ่งเข้า ม.4 ปีนี้ดีกว่า (ปี 52) อย่างน้อยก็น่าจะประกาศล่วงหน้าตั้งแต่เข้า ม.ปลายจะได้ปรับตัวได้ทัน
#2  by  The one who pass by (202.28.62.71 /unknown, unknown, unknown) At 2005-06-09 00:13, 
เหอๆๆ บลอกงวดนี้ให้ข้อคิดดีนะครับ อ่านแล้วโดนใจในหลายๆจุดเลย ^^ ยังไงก็สู้ๆกะเอนท์ละกันเน่อ >.<

ปล. ขนาดเรียนมหาลัยแล้วอ่านEntryนี้ยังรู้สึกว่าโดนเลยแฮะ เหอๆๆ(เพราะผมอู้บ่อย 555555)
#3  by  SkyKiD At 2005-06-09 00:24, 
อย่างไรซะมันก็คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้รับกับระบบ
แอดมิชชั่นให้ได้ เพราะสมัยนี้ เด็กนักเรียนจะไม่เรียนหนังสือ
แล้วหันไปเรียนกวดวิชากันซะมากกว่า (ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่
เรียนกวดวิชา)

ขึ้นอยู่กับการปรับตัวและยอมรับมันให้ได้ ^^" ถูกที่รอทพูด
เอาเวลาไปอ่านหนังสือดีกว่า อย่าเหมือนเราที่วันๆเอาแต่เล่น
เกม ฮ่าๆ
#4  by  HeChan` At 2005-06-09 10:18, 
เห็นนายพูดจามีสาระก็ครั้งนี้ผ(ล้อเล่นน่า)
#5  by  ~:MaD-EyE:~ At 2005-06-12 20:28, 
ง่า..
ช้านก้อว่าจะซิ่วอยู่ตอนแรก
แต่เพิ่งเลิกคิด ก้อเพราะขี้เกียจเอ็นใหม่
มันต้องลงไปเอ็นพร้อมน้องๆ แบบแฟร์ๆ
...
แต่ก้อจริงอ่านะ เรื่องมาตรฐานของแต่ละรร.
มันไม่เท่ากันน่ะ
ข้อสอบปลายภาคก็ให้มันเหมือนกันเสียทั่วประเทศไปสิ- -! เวลาสอบก็ให้มันตรงกันไปให้หมด พูดง่ายแต่คงทำยากล่ะมั้ง
<< ยากจริงๆครับ....เพราะถ้าทำแบบนั้นละก็ ต้องรื้อพวกหลักสูตรของแต่ละรร.(ตั้งแต่ประถม)แล้วก็ปรับให้มันเท่ากันให้หมดเลย - -''...ถึงจะเท่าเทียมกันจริง

พวกสถาบันกวดวิชา ดูไปก็เหมือนสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าการศึกษามันห่วยแค่ไหน ถ้ารร.สอนเข้าใจ...สอนรู้เรื่อง ใครจะอยากเสียเงินเหยียบพันเพื่อไปนั่งเรียนเพิ่มในวันหยุดล่ะ..
เพิ่ม%ของเกรดให้มากขึ้นเพื่อให้เด็กใส่ใจกับการเรียนที่รร.? แล้ว รร.พัฒนาไปแค่ไหนแล้ว พอที่ทุกโรงเรียนจะพูดได้เต็มปากว่า"จบม.ปลายออกมาแล้วมีความรู้ความสามารถพร้อมที่จะเข้ามหาวิทยาลัย"ได้รึยัง(หรือว่าจะบอกว่า ช่วยไม่ได้ เข้าเรียนผิดที่เอง?)
ผมไม่เห็นพวกผู้ใหญ่คนไหนพูดตรงนี้เลย -_-''

** แต่ผมไม่ได้กวดวิชานะเอ้อ(ถึงจะขี้เลื่อยก็เถอะ)
*** ว่าแล้วก็ไปทำงานปั๊มคะแนนดีกว่า - -
#7  by  IgNiTeD At 2005-06-21 20:56, 
โรจังก็มาพยายามด้วยกันน่>_</ เอนท์เหมือนกัน(ฮา) เพอ่งรู้มาโรจังมีบลอคงั้นขอแอดนาจ้ะ^^
#8  by  gimini At 2005-10-24 01:09, 
Ultram buy ultram order ultram ultram mortgage cheap ultram
#9  by  ultram (72.36.223.73) At 2006-04-11 07:40, 
You wouldn't xanax be asking How did not sold and buy xanax online!
#10  by  xanax (72.36.223.73) At 2006-04-16 01:55, 
Well done!
#11  by  tramadol (72.36.223.73) At 2006-05-07 05:18, 
very best blog!
#12  by  paxil cr (72.36.223.73) At 2006-05-07 09:03, 
Join the demonstrators wearing dummy explosive vests!
#13  by  phentermine (64.92.171.106) At 2006-08-18 13:48, 
Hi man!
#14  by  tramadol (70.180.44.120) At 2006-11-16 05:13, 

<< Home