2006/Oct/22

ทีแรกก็ไม่คิดจะอัพบล็อก ไม่เคยคิดจะอัพต่อเลยด้วย- -!!!...(ความจริงมีเรื่องจะอัพไว้เยอะไอ้ที่เตรียมๆจะอัพไว้ก็เยอะมากแต่ก็ขี้เกียจลง) แต่เนื่องจากหลังจากผมได้พบกับเหตุการณ์ๆหนึ่งซึ่งจากสายตาคนอื่น มันก็เป็นเหตุการณ์ๆธรรมดา แต่ธรรมดายังไง ผมก็อยากเล่าอ่ะ อุตส่าห์เขียนมาแล้วบู่วๆ

เราจะมาพูดถึงเรื่องโดนบ่นเพราะห้องรกกัน

ห้องรกไม่รกนี่ ผมพอจะยืนยันกับตัวเองได้ว่าห้องผมสะอาดพอสมควร เท่าที่ดูจากสายตาผมน่ะนะ- -!!!... คืออะไรๆก็อยู่ในที่ของมัน CD ก็ไม่เกลื่อนกระจายทั่วห้อง หนังสือการ์ตูนหนังสือเรียนกระดาษสารพัดก็วางในชั้นในตู้แยกประเภทเรียบร้อยดี สายไฟก็ไม่วางระเกะระกะ ที่ว่างในการเดินการเหินก็มีเพียงพอ จะให้นางแบบมาเดินแคทวอล์คในห้องผมก็ยังได้ หรือจะให้ทำอะไรต่อจากนั้นก็ได้(ที่ว่าอะไรน่ะ มันอะไรของเอ็ง!!!)

เมื่อวานนี้หลังจากที่ผมได้อ่านกระทู้ของ Evan ซึ่งกำลังระบายเกี่ยวกับมารดาของตนเองที่บ่นเรื่องห้องรกเหมือนกัน ผมเองในทีแรกก็ไม่คิดจะพิมพ์จะเมนต์อะไรมากนัก เพราะปัญหาเรื่องที่ตัวเองโดนแม่บ่นเรื่องห้องรกนี่แม้จะเคยเจอ แต่ก็ลืมไปแล้ว จำไม่ได้ว่าครั้งล่าสุดที่โดนบ่นเรื่องห้องรกนี่มันนานมาขนาดไหนแล้วนะ อ้อ เมื่อปีก่อน ตอนพึ่งทำบัตรประชาชนมาใหม่ๆน่ะเอง แหม...ใช้จังเลยตรู มุกนี้

ปกติแล้วกระทู้ในหมวดETCของAF ถ้าผมไม่สนใจผมจะไม่ไปกดดูซ้ำ แต่ไม่รู้ทำไมกระทู้นี้ที่เป็นกระทู้ธรรมดาผมถึงสลัดมันออกจากหัวไม่ได้ วันนี้ขณะที่กำลังเล่นเน็ตเพื่อจะดูเกรดก็นึกถึงเรื่องกระทู้นี้อยู่เป็นช่วงๆ เลย และเรื่องมันก็เกิด....

แม่ผมเดินอารมณ์บูดตาขวางเข้ามาในห้อง ไม่รู้ไปกินรังแตนที่ไหนมา ไอ้ผมก็กำลังนั่งอยู่หน้าคอมพยายามจะเข้าเว็บมหาลัยให้ได้เพราะอยากรู้เกรดใจจะขาด มองหน้าแม่ก็ไม่กล้าพูดอะไรเพราะกลัวจะถูกกิน

"นี่ก็ปิดเทอมมานานพอสมควรแล้ว" ประโยคแรกที่แม่เริ่มด้วยหน้าตานิ่งๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นสิบกว่าปี ผมรู้ได้เลยว่าแม่ท่านกำลังจะเริ่มเทศน์

"ห้องน่ะจัดบ้าง" และแม่ก็เดินรอบห้อง ผมยังนิ่งอยู่เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา(เช่นกัน) ความนิ่งสยบได้ทุกสิ่ง

"อย่างเอกสารกระดาษ" แม่ผมมองไปที่กระดาษที่ผมวาดรูป วาดการ์ตูน เขียนแปลนอะไรแยกๆเอาไว้ ซึ่งพอผมมองแล้วก็โอเค มันก็วางไว้บนโต๊ะทำงานดีๆนะ แถมจัดกองจัดระเบียบอะไรก็โอเคไม่น่ามีปัญหา "ก็เก็บให้เป็นที่เอาไปใส่ไว้ในชั้นซะ"

"เอ่อ...แม่เดี๋ยว" ผมท้วง "ไอ้ของพวกนี้มันต้องใช้ มันมีการเคลื่อนไหวการขยับตลอดเวลา จะให้เก็บใส่ชั้นเลยมันเป็นไปไม่ได้"

"แต่มันรก"

"รกตรงไหน" ใช่ครับ รกตรงไหน เท่าที่มอง มันไม่รกเลยนะแม่!!!

"เนี่ย" แม่ผมชี้ไปที่กองเอกสาร "จัดให้มันตรงเรียงกันสวยๆกว่านี้ไม่ได้เหรอ"

"แม่คร้าบบบบ!!!! ผมหยิบใช้ตลอดเวลา จะให้มันเรียงสวยๆทุกเวลานี่ก็เป็นไปไม่ได้หรอก"

ก็ห้องมันรกนี่ แม่ผมเริ่มต่อ ตู้ชั้นเชิ้นก็มีที่ว่างก็ยัดมันเก็บใส่ไปซะมั่งสิ

ก็ยัดแล้วมันหยิบไม่สะดวก ผมบอก ของมันก็ต้องใช้ จะให้หยิบๆยัดๆมันน่ารำคาญนะ

แค่หยิบของออกมาจากตู้ จากหยิบออกมาจากโต๊ะมันจะแตกต่างกันมากแค่ไหนเชียว

มันต่างกันมากครับแม่....ยิ่งมนุษย์ขี้เกียจอย่างผมแล้ว ถ้ามีอะไรมาทำให้ความสะดวกลดต่ำลงเพียงนิดเดียว ความขยันมันจะลดลงไปเกือบหมดเลย แค่นั่งเก้าอี้ที่ไม่สบายหรือแป้นพิมพ์ที่ไม่ถูกมือ งานผมก็แทบที่จะไม่เดินแล้ว

เอาเป็นว่า ในสายตาผมมันไม่รกเลยนะแม่ ผมบอกซึ่งนั่นก็เป็นความจริง ผมมั่นใจว่าห้องนี่สะอาดมากกว่าห้องของคนบางคนที่วัยใกล้เคียงกับผมด้วยซ้ำ อย่างน้อยถ้าเทียบกับตอนที่ผมเคยอยู่คนเดียวห้องนี้สะอาดมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ลูก คนเราต้องอยู่กันเป็นสังคมนะ อ้าวแล้วทำไมไปเข้าเรื่องสังคมล่ะครับ แม่!!! ถ้าห้องสกปรก ลูกสกปรก ใครเขาจะมาคบ

แล้วไอ้เพื่อนที่คบๆกันอยู่นี่มันตัวกูปรีรึไงล่ะครับ ขอบอกว่าชักฉุนแล้วตอนนี้

แม่ครับ คือว่า.... ไงมันก็ยังดูเรียบร้อยน่า ผมบอก แล้วนี่ก็เป็นห้องของผม ห้องส่วนตัวนะ

ที่ผมพูดว่าห้องส่วนตัว หรือห้องของผม ผมหมายความว่าห้องนี้น่ะเป็นสิทธิของผมที่ผมจะอยู่ได้อย่างมีความสุข ถ้าผมเห็นว่ามันรกผมจะจัดเอง ผมเองก็ไม่ใช่คนที่สกปรกมากถึงขนาดที่จะสร้างรังกระจั๊วขึ้นมาในห้องตัวเอง(แม้ว่าในอดีตจะเคยทำมาแล้วก็ตาม) เรื่องนี้แม่น่าจะรู้ดี.....หรือแม่ไม่รู้หว่า...

แม่รู้ว่านี่คือห้องส่วนตัว แต่ห้องส่วนตัวของเรานี่แหละที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงตัวเรา แม่ผมเทศน์ต่อ ถ้าเกิดใครมาเห็นแล้วมันจะไม่ดีไม่งาม

ก็บอกอยู่ว่ามันไม่รก!!!....แล้วเรื่องอะไรผมจะให้คนอื่นมาดูห้องส่วนตัวของผมล่ะคร้าบ!!! สมมติว่าผมไปทำงานให้บริษัทหนึ่ง ต่อให้ผมจัดให้สวยงามมาตรฐาน ISO 9000 หรือจะหมื่นจะแสน ผมก็คงไม่ถ่ายรูปห้องส่วนตัวของตัวเองไปให้ท่านประธานบริษัทที่ทำงานอยู่แล้วบอกว่า ท่านประธานนี่แหละห้องผม รู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมมากรึยังครับ หรอก

ไม่รู้ไอ้ข้อคิดความนิ่งสยบได้ถูกสิ่งนี่ผมเตะโด่งส่งมันไปไหนแล้วก็ไม่รู้ หลังจากถกเถียงกันอยู่สักพัก แม่ผมก็ล่าถอยไป แต่ผมก็ยังมิวายได้ยินเสียงแม่ออกมาจากห้องของพี่สาว

นี่ก็ปิดเทอมนานแล้วนะ...

ห้องพี่สาวผมสะอาดมากกว่าห้องผมอีก นึกขำอยู่ว่าพี่สาวผมจะทำหน้าออกมาจากห้องแบบไหน

ทีแรกตอนพิมพ์นี่หงุดหงิดมากครับ แต่พิมพ์ไปพิมพ์มาอารมณ์ดีเฉยเลย ความจริงแม่ผมน่ารักนะครับ สงสัยวันนี้ถ้าจะมีมือดีปล่อยลมยางล้อรถ เลยหงุดหงิดเป็นพิเศษ เดี๋ยวพรุ่งนี้กะตื่นเช้าๆไปปล่อยซ้ำอีกล้อ เป็นการซ้ำเติมให้สะใจ

ขอบคุณที่ทนๆอ่านกันมา จากเดิมกะเขียนระบายให้เครียด ปัญญาอ่อนเฉยเลย ผมไปล่ะครับ

จะไปจัดห้อง(สุดท้ายก็ทำ- -)



edit @ 2006/10/22 22:01:14

2005/Jun/08

เมื่อราวๆสักอาทิตย์ก่อน ผมได้มีโอกาสฟังวาจาของอาจารย์ผู้หนึ่งที่มาทำการแนะแนวในเรื่องการเตรียมพร้อมการเอนท์ทรานซ์ระบบใหม่ ซึ่งหากผมลองมองย้อนกลับไปถึงอาจารย์ที่เขาได้พูดในเรื่องนี้แล้ว นั่นมันดูเป็นการแนะแนวที่ไม่เลวเลยเชียวล่ะ อาจารย์เขาพูดดี สามารถเจาะเข้าถึงส่วนลึกในใจของนักเรียนได้ เรื่องที่อาจารย์พูดผมเห็นด้วยทุกอย่าง

เพียงแต่ผมกลับคิดว่า มันก็เป็นเพียงเรื่องเดิมๆเรื่องนึง เป็นเรื่องที่มีคนพูดกันมาหลายคนแล้ว

"และเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ"

ลองนึกดูสิ อาจารย์เขาพูดว่า

"การเอนท์ทรานซ์น่ะเขาใช้เวลากันมาตั้งแต่ม.4 อ่านไปวันล่ะสองชั่วโมง สักชั่วโมงเดี๋ยวก็จะจำได้เอง"

แม่ผมกรอกหูมาตั้งแต่ขึ้นม.4 พี่สาวที่กำลังเตรียมเอนท์ก็พูดในตอนนั้น และก็อีกหลายๆคนในหมู่เพื่อนผมที่มาพูดกันถึงเรื่องเอนท์บ้าง พวกเขารู้ว่าจะต้องเตรียมตัว

"เวลาทุกนาทีมีค่า ทุกคนต่างมี24ชั่วโมงเท่ากันหมด เพียงแต่แต่ละคนจะเอาไปทำอะไรน่ะอีกเรื่อง บางคนสามารถทำให้เวลานั้นมีค่าเปรียบดังทองในขณะที่อีกคนนั้นกลับทำมันสูญสลายเป็นอากาศธุลีไป จะบอกว่าไม่มีเวลาอ่านหนังสือไม่ได้ มันอยู่ที่การแบ่งเวลา"

แน่นอน ....เวลาทุกนาทีมีค่าทั้งนั้น ผมลองมองดูตัวเองเหมือนกันว่าวันๆหนึ่งเอาเวลาไปทำอะไร ....และหลายครั้งทีเดียวที่ผมได้ทำให้เวลาในช่วงนั้นถูกเรียกว่า "ไร้ค่า"

สรุปแล้วผมคิดว่า สิ่งที่อาจารย์พูดกรอกหูพวกเราน่ะ เมื่อเอามาเรียบเรียงดูมันก็คือเรื่องเดิมๆที่เรารู้กันอยู่แล้ว เรารู้กันทั้งนั้นว่าควรจะทำอะไร

"มันอยู่ที่ว่าเราจะทำหรือไม่ทำ ถ้าไม่ทำฟังไปก็เท่านั้น มันอยู่ที่สามัญสำนึกของคนครับว่าจะสำนึกออกกันตอนไหน ถ้าสำนึกเร็วและรีบทำก็ดีไป"

แต่สำหรับคนที่เอนท์ไม่ติด และสำนึกเอาตอนหลังว่าเพราะชั้นไม่เชื่อนู่นเชื่อนี่ โทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวคุณเองที่ไม่ทำ ไม่จัดแบ่งเวลาให้ดี ถึงตอนนี้จะฆ่าตัวตายก็เชิญเลยครับ ถ้าคุณคิดว่าเอนท์ไม่ติดชีวิตจะจบน่ะ แต่สำหรับผมทางเลือกนั้นตัดออกไปได้เลย

อีกเรื่องครับ ถึงระบบแอดมิชชั่นใหม่

ผมก็เป็นอีกคนที่เผชิญหน้ากับเอนท์ครั้งใหม่ และผมก็ได้ข่าวมาว่ามีการประท้วงกันขึ้น ออกรายการโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด จนรู้สึกรำคาญ

เอาเกรดเยอะๆแล้วมันไม่ดีตรงไหน อ้อมาตรฐานในแต่ละโรงเรียนไม่ตรงกันนี่เอง ง่ายๆครับ ข้อสอบปลายภาคก็ให้มันเหมือนกันเสียทั่วประเทศไปสิ- -! เวลาสอบก็ให้มันตรงกันไปให้หมด พูดง่ายแต่คงทำยากล่ะมั้ง รัฐบาลถึงไม่ทำกันน่ะ

ผมก็ใช้ว่าเป็นคนเรียนดีเด่ได้เกรดดีอะไรหรอก และระบบใหม่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ผมดีขึ้นจากเอนท์ครั้งเดิมเลย แต่ผมก็ไม่ซีเรียส ผมคิดว่าอะไรจะมามันก็มา แอดมิชชั่นไม่ได้ก็ตรงดิ่งไปสอบตรงเสียเลย เรื่องการสอบตรงนี่ผมพอจะมั่นใจอยู่บ้างนะ

เอาเวลาเดินประท้วงไปนั่งอ่านหนังสือดีกว่าไหมครับ ดีกว่าจะนึกหาข้ออ้างเอนท์ไม่ติดว่า เพราะระบบใหม่

แบบเก่าดีตรงมีการเอนท์สองครั้ง แต่ผมดีใจที่มีการเอนท์ครั้งเดียว ตัดสินไปซะเลยดีกว่าที่จะต้องมาเครียดว่าต้องทำคะแนนเพิ่มกันเท่าไร ไอ้พวกที่สอบๆกับไปปีก่อนๆจะได้เอาคะแนนมาเทียบไม่ได้ ลงมาสอบใหม่เหมือนกับพวกเราแฟร์ๆ

เอนท์กันไปเถอะครับ ไม่ว่าอะไรมันจะมาก็มาเถอะ หากเราตั้งใจเรียน มีสามัญสำนึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่และลงมือทำตามสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูก ทำตามที่อาจารย์พูด

ถึงตอนนั้นคุณจะได้ไม่ต้องมานั่งเครียด ว่าได้ทำให้เวลานั้นถูกเรียกว่า "ไร้ค่า" ไปเสียที

2005/Jun/02

ห่างหายจากบล๊อคไปนานมาก นานมาก นานมากๆๆๆๆ นานจนจำไม่ได้ว่าตัวเองมีบล๊อคกับเขาด้วยนะเนี่ย นี่ก็เกือบจะเข้าไม่ได้แล้วเพราะลืมพาส พอเข้าได้ ไอ้ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด ทั้งภาพดีสเพลย์ ทั้งพื้นหลังบราๆๆๆๆ ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งทำใหม่ ทำไปทำมาไวรัสพุ่งเข้าอีก มาม่าหกใส่คีย์บอร์ด ฝนตกไฟดับพรึบ!!เน็ตเกิดปัญญาอ่อนอย่างไร้สาเหตุติดๆตัดๆ

ถึงตอนนี้ผมเริ่มปลงแล้วแอบนึกในใจว่าถ้าซึนามิพัดมาก็คงไม่แปลก

หลังจากพวกเจ้ากรรมนายเวรจากไป ผมก็มานั่งทำใหม่อีกรอบ คราวนี้เหมือนจะลุล่วงแต่...แต่....แต่มันก็ผ่านไปได้สำเร็จครับ เย้ๆๆ แล้วผมจะแต่ไปหามะเหงกซากทำไมกันเนี่ย

ภาพBGอะไรๆของผมอาจจะดูตายซากไปนิดนึง ด้วยที่จูเลีย(ชื่อคอมผมเองนะครับ หากใครจะอ่านบล๊อกผมแล้วจำมิสจูเลียไม่ได้ผมโกรธด้วยนะเอ้าT[]T) เกิดเดี๊ยงขึ้นมากระทันหันก่อนหน้าวันเกิดผมสักอาทิตย์เห็นจะได้ ทำให้บรรดาไฟล์ภาพไฟล์งาน ฟิคชั่น คอมมิค โดจินที่ทำมามากมายต้องอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา แม้จะแบ๊คอัพไว้แต่มันก็อยู่ไม่ครบทั้งหมด- -! ที่เอามาทำก็ไอ้ที่ทำใหม่กับที่เหลือๆอยู่แหละครับ

สาเหตุมาจากมิสจูเลียนั้นได้ทำงานหนักข้ามวันข้ามคืนมาราวๆหนึ่งเดือนโดนนับวันหยุดได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เครื่องเมนด์บอร์ดกระจาย ฮาร์ดดิสต์ระเบิด พัดลมกระเด็น ไม่นับไวรัสและสไปแวร์อีกหลายพันตัวกำลังรอเขมือบคุณเธออยู่อย่างหน้าชื่นตาบาน สุดท้ายสาวเจ้าก็ทนไม่ไหวล้มพับหมดสติ(แฮงค์)ไปในที่สุด

ภาพพ่อผมอุ้มจูเลียที่แสนผายผอมและบอบบาง(เนื่องจากโดนแยกชิ้นส่วน)ออกไปจากคอนโดนั้นมันแสนสุดรันทดใจมาก หากเปรียบเธอดั่งมนุษย์แล้ว(นี่ไม่เปรียบเลยรึไง) เธอคงจะทุกข์ทรมาณมากทีเดียว

หากเธอเป็นมนุษย์แล้ว ผมคงอดจินตนาการไปว่าจูเลียค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา ยิ้มบางๆอย่างหมดแรงส่งให้ผมเพื่อบอกว่าตัวเธอคงไม่เป็นไร และหากเธอพูดได้แล้ว เธอคงจะพูดด้วยนําเสียงอ่อนโยนว่า

"ไงล่ะมึง ใช้กูซะหนักเลย ไอ้ปัญญาอ่อนเอ้ย!!"

อืมอ่อนโยนจริงๆ... หลังจากจินตนาการนั้น ผมก็ตัดสินใจว่าจะไม่เปิดคอมข้ามวันข้ามคืนอีกแล้ว ขอโทษT[]T

.................

.........

....

หนึ่งวันผ่านไป

"พ่อจูเลียเป็นยังไงมั่งอ่ะ"ผมโผเข้าหาพ่อ

"อาการหนัก คาดว่าคงอยู่ได้ไม่นานหรอกลูก" พ่อผมปาดนําตา "แต่ ไอ้จูเลียนี่มันอะไรเหรอลูก"

เวร...พ่อตรูดันไม่รู้ว่าคอมชื่อจูเลียนี่หว่า แล้วไอ้ที่ตอบมาตอนแรกนั่นอะไรวะ

"คอมไงคอมไง" ผมขยั้นขะยอสดีดสะดิ้งชายตาอ้อนวอน

"อาการหนักลูก" พ่อถอนหายใจ "เมนด์บอร์ดไหม้เลย ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะซ่อมได้ไหม"

"โธ่จูเลีย"

..............

......

..

สามวันผ่านไป

"พ่อจูเลียล่ะ" ผมโผเข้าหาพ่อหลังจากพ่อกลับมาจากที่ทำงาน

"ไม่ไหวลูก" พ่อผมมองเพดานที่เกราะกรังไปด้วยใยแมงมุม "ไม่ไหวเลยจริงๆ อยู่ยังไงหัดทำความสะอาดบ้างสิว้อย"

"อย่าเปลี่ยนเรื่องสิพ่อ!!" ผมร้อง "ผมรักเธอมากนะ อย่าให้มันเป็นอะไรไปนะ!!!"

"...โอ...ลูกพ่อพ่อรับรอง"

.............................

.................

.....

วันที่ 5

"พ่อ" ผมเท้าคางถาม "จูเลียเป็นไง"

"ท่าจะแย่"

"อืม..."ผมทำหน้าเศร้า

"ไม่เป็นไรหรอกลูก" พ่อผมตบบ่าผมจนกระดูกสะบ้าหักทันที "มันจะไม่เป็นไรแน่ๆ"

"....พ่อครับ" ผมก้มหน้าลงความเศร้าเพิ่มพูนเป็นทวีคูณ ภาพในอดีตที่จูเลียเคยทำงานให้ผมนั้นผุดขึ้นมาเป็นลำดับ ทั้งคอมิค โดจิน ฟิคชั่นต่างๆนาที่อยู่ในตัวเธอ.... โอ "...พรุ่งนี้....ผมจะ..."

"อย่าเลยลูก ถึงเอากลับมาก็ไม่มีอะไรดี"พ่อผมบอก

"ผมจะไปพันทิพ ไปหาซื้อคอมใหม่กันเนาะ~"

...........................

....................

.....

วันที่6 จูเลียก็กลายเป็นอดีตสำหรับผม

ผมหน้าชื่นตาบานออกจากคอนโด ใบหน้าชั่วร้ายเตรียมใจจะผลาญเงินพ่อเต็มที่ ในใจนึกไปถึงคอมเครื่องใหม่ที่คราวนี้ผมตั้งใจตั้งชื่อคุณเธอว่า พจมาน เผื่อว่ามันจะทนมือทนเท้าขึ้นบ้าง แต่ทว่า...

ภาพจูเลียผูดมาหาผมอย่างต่อเนื่อง คอมที่อยู่กับผมมานานมันยังไม่ห่างหายไปจิตใจผมโอจูเลีย...ทำไมกัน ทั้งๆที่ไม่อยากนึกถึง แต่ทำไมเธอถึงมาปรากฎตัวในใจฉัน

เดี๋ยว....ไม่ใช่.....ไม่ได้ปรากฎในใจ แต่ปรากฎตัวต่อหน้าเลย!!! พ่อผมแบกเธอกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและชั่วร้ายราวกับว่าสะใจที่ได้หยุดยั้งการผลาญเงินของลูกได้ทันควัน

ผมมองจูเลีย และแล้วจินตภาพก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง....ภาพสาวน้อยร่างบางที่กลับมามีชีวิตชีวาได้ใหม่ เธอสวยขึ้นกว่าเดิม โตขึ้นกว่าเดิมและน่ารักขึ้นกว่าเดิม...หากเธอพูดได้เหมือนมนุษย์น้ำเสียงใสๆของเธอคงเอื้อนเอ่ยอย่างไพเราะเป็นจังหวะเข้ากับสายลมพัดผ่านกระแสน้ำที่ไหลเอื่อยๆลงไปในชักโครก ว่า...

"ยังเร็วไป ที่จะทิ้งกู"

ทำไมอยู่ดีๆผมนึกหน้าจูเลียแสยะยิ้มขึ้นมาก็ไม่รุ้


[ผมกับจูเลียจะอยู่ด้วยกันอีกนานครับ]


edit @ 2005/06/02 21:31:00